แชร์

บทบาทของยีสต์ต่อสุขภาพและการเจริญเติบโตของสัตว์กระเพาะรวม

อัพเดทล่าสุด: 1 ก.ย. 2025
2437 ผู้เข้าชม

บทบาทของยีสต์ต่อสุขภาพและการเจริญเติบโตของสัตว์กระเพาะรวม

ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ ยีสต์ถือเป็นวัตถุดิบที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในสัตว์กระเพาะรวมอย่างโคนมและโคเนื้อ เกษตรกรมักนำยีสต์ไปใช้ในรูปแบบหมักร่วมกับวัตถุดิบ เช่น มันสำปะหลังหมักยีสต์ ข้าวโพดหมักยีสต์ หรือของเหลือใช้จากอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อปรับปรุงคุณภาพอาหารสัตว์ เพิ่มประสิทธิภาพการย่อย และเสริมสุขภาพโดยรวมของสัตว์

ยีสต์คืออะไร 

ยีสต์เป็นเซลล์ของเชื้อราชนิดยูคาริโอต (Eukaryotic fungi) ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ โดยขยายพันธุ์ผ่านการแตกหน่อ (budding) หรือการแบ่งตัว (fission) เซลล์ยีสต์มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 510 ไมโครเมตร 
สายพันธุ์ที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์มากที่สุดคือ Saccharomyces cerevisiae เนื่องจากสามารถเจริญเติบโตได้รวดเร็ว และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง 
คุณค่าทางโภชนาการของ Saccharomyces cerevisiae 

  • โปรตีน สูงถึง 4750% ของน้ำหนักเซลล์ มีกรดอะมิโนจำเป็น โดยเฉพาะไลซีนประมาณ 611% 
  • คาร์โบไฮเดรต ราว 3035% ประกอบด้วยไกลโคเจน กลูแคน และแมนแนน 
  • วิตามินและแร่ธาตุ เช่น วิตามินบีรวม ซึ่งจำเป็นต่อระบบเมตาบอลิซึมของสัตว์ 
ประเภทของยีสต์ที่ใช้ในอาหารสัตว์ 
ยีสต์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์มีหลายประเภท เช่น 
  • Primary dried yeast 
  • Active dried yeast 
  • Brewers dried yeast 
  • Distillers dried yeast (จากธัญพืช หรือกากน้ำตาล) 
  • Torula yeast 
  • Yeast culture ฯลฯ 


แต่ละประเภทมีลักษณะเฉพาะ ทั้งในด้านคุณค่าทางอาหาร และต้นทุนในการผลิต โดยสายพันธุ์ที่นิยมใช้กับสัตว์กระเพาะรวม คือ Saccharomyces cerevisiae ซึ่งสามารถเพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในกระเพาะรูเมน และปรับสมดุลการย่อยอาหารได้ดี


ประโยชน์ของยีสต์ต่อสัตว์กระเพาะรวม 

  1. เสริมการย่อยอาหาร เพิ่มการใช้ประโยชน์จากคาร์โบไฮเดรต และช่วยให้ระบบย่อยทำงานมีประสิทธิภาพ 
  2. กระตุ้นการกินอาหาร ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มเร็ว 
  3. เพิ่มประชากรจุลินทรีย์ดีในรูเมน เช่น โปรโตซัวที่ช่วยย่อยเม็ดแป้งได้เร็วขึ้น 
  4. ลดความเสี่ยงจากความเป็นกรดในกระเพาะ โดยช่วยรักษาสมดุลค่าพีเอช 
  5. ส่งผลให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ทั้งด้านคุณภาพเนื้อและปริมาณน้ำนม 

แนวโน้มการใช้ยีสต์ในปัจจุบัน 
จากเดิมที่นิยมหมักยีสต์กับวัตถุดิบโดยตรง ปัจจุบันเกษตรกรเริ่มให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความแม่นยำในการเสริมจุลินทรีย์มากขึ้น โดยหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ในรูปแบบพรีมิกซ์ หรือโพรไบโอติกรวม ซึ่งสามารถควบคุมปริมาณและคุณภาพได้ชัดเจนกว่า


BioticMax  ทางเลือกจาก SAS 
SAS ได้พัฒนา BioticMax for Ruminant ซึ่งเป็นโพรไบโอติกรวมที่มีความเข้มข้นสูงถึง 10¹ CFU/kg ประกอบด้วยจุลินทรีย์กลุ่ม Bacillus spp. และเสริมด้วยยีสต์สายพันธุ์ Saccharomyces cerevisiae ซึ่งได้รับการคัดเลือกเพื่อให้เหมาะกับสัตว์กระเพาะรวมโดยเฉพาะ


ผลิตภัณฑ์นี้ช่วยเสริมระบบย่อยอาหาร เสริมภูมิคุ้มกัน และเพิ่มผลผลิตด้านเนื้อและน้ำนม ช่วยให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืนยิ่งขึ้น


บทความที่เกี่ยวข้อง
สร้างสมดุล ห่วงโซ่อาหาร ที่ดี ผ่านดินดี น้ำดี อากาศดี ชีวิตจะดีอย่างยั่งยืน
สร้างสมดุล ห่วงโซ่อาหาร ที่ดี ผ่านดินดี น้ำดี อากาศดี ชีวิตจะดีอย่างยั่งยืน สิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ล้วนอยู่ใต้กฎธรรมชาติและ เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อาหารในฐานะผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ย่อยสลาย ซึ่งคือจุลินทรีย์ แน่นอนว่าหากห่วงโซ่อาหารมีความสมดุล ความเป็นไป ของสิ่งมีชีวิตก็จะดํารงอยู่อย่างราบรื่น แต่ทุกวันนี้จาก สภาพสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ห่วงโซ่อาหารของโลกใบนี้เสียสมดุล น.สพ.สุวรรณ ยิ้มเจริญ หรือ คุณหมอเจี๊ยบ ประธาน คลัสเตอร์กุ้งกุลาดําภาคตะวันออก ผู้ทรงคุณวุฒิสัตว์เศรษฐกิจ สวก. และกรรมการบริหาร บริษัทสยาม อะกริ ซัพพลาย จํากัด หรือ SAS จะมาคลี่ปมการเสียสมดุลของห่วงโซ่ อาหารและปลดล็อกปัญหานี้กันอย่างกระจ่างชัด
17 ธ.ค. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy