ธนาคารจุลินทรีย์ (Microbe Bank)
อัพเดทล่าสุด: 6 ก.พ. 2025
3582 ผู้เข้าชม

งานวิจัยและการเก็บตัวอย่างจุลินทรีย์
โดย : ดร.ไกลกว่า วุฒิเสน Product Specialists บริษัทสยาม อะกริ ชัพพลาย จำกัด
ดร.วิเชียร ยงมานิต ผู้เชี่ยวชาญด้านจุลินทรีย์ กล่าวว่า ธนาคารจุลินทรีย์ของบริษัท SAS ได้รวบรวมจุลินทรีย์ไว้ 2 กลุ่มหลัก ได้แก่บาซิลลัสและแล็กโตบาซิลลัสซึ่งนำไปใช้ในการผลิตจุลินทรีย์โพรไบโอติกสำหรับสัตว์เศรษฐกิจเช่น หมู ไก่ และกุ้ง กระบวนการเหล่านี้ต้องเป็นไปตามกฎหมายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ระบุชนิดจุลินทรีย์ที่สามารถใช้เป็นโพรไบโอติกได้อย่างชัดเจน
ในการหาจุลินทรีย์สายพันธุ์ใหม่ ทีมงานของดร.วิเชียร ได้เดินทางเก็บตัวอย่างจากแหล่งธรรมชาติในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านเช่น พื้นที่ภาคเหนือของไทยและเขตรอยต่อของพม่า โดยมุ่งเน้นจุลินทรีย์ที่พบในอาหารหมักดองแบบดั้งเดิม เช่น ถั่วเน่า จากนั้นจึงคัดแยกและวิเคราะห์ดีเอ็นเอเพื่อระบุสายพันธุ์อย่างแม่นยำข้อมูลที่ได้จะถูกเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลระดับโลกเพื่อยืนยันชื่อและความเป็นเอกลักษณ์ของจุลินทรีย์นั้น ๆ
ประโยชน์ของจุลินทรีย์ประจำถิ่น
จุลินทรีย์ประจำถิ่นของไทยมีข้อดีที่โดดเด่นเพราะสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม มนุษย์ และสัตว์ ในประเทศไทยได้เป็นอย่างดีเนื่องจากจุลินทรีย์ที่เกิดและเติบโตในพื้นที่เฉพาะจะเหมาะสมกับสิ่งมีชีวิตในประเทศนั้นๆมากกว่า ดังนั้นจุลินทรีย์ของไทยจึงเหมาะสมกับคนและสัตว์ในประเทศไทยเช่นเดียวกับคนเกาหลีก็เหมือนสมกับจุลินทรีย์ในอาหารเกาหลีเหมือนกันธนาคารจุลินทรีย์ยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนงานวิจัยเพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและอนุรักษ์จุลินทรีย์ในระยะยาวรวมถึงการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ในหลายด้าน เช่น
- การพัฒนายารักษาโรค
- ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับสัตว์
- เทคโนโลยีชีวภาพที่ช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการเกษตร
ธนาคารจุลินทรีย์ไม่เพียงช่วยเก็บรักษาทรัพยากรชีวภาพแต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆที่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาวทั้งในด้านการสร้างงานการเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมต่างๆและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญด้วยความหลากหลายของจุลินทรีย์ในประเทศไทยธนาคารจุลินทรีย์จึงเป็นกุญแจสำคัญในการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก
โดย : ดร.ไกลกว่า วุฒิเสน Product Specialists บริษัทสยาม อะกริ ชัพพลาย จำกัด
บทความที่เกี่ยวข้อง
เมื่อชีวิตที่เร่งรีบ การจะทานอาหารก็มีเวลาจำกัด ปัจจุบันคนส่วนใหญ่จึงหันมารับประทานอาหารจังก์ฟู้ด (Junk Food) กันเป็นจำนวนมาก เพื่อความสะดวกสบาย ทานง่าย แต่อาหารจังก์ฟู้ดมีส่วนประกอบที่เป็น ไขมัน น้ำตาลและโชเดียมที่สูงมาก เมื่อรับประทานบ่อยๆ เกิดการสะสมของไขมัน ทำให้เป็นความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่น โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง และ โรคไขมันในเลือดสูง
29 พ.ย. 2024
นอนไม่หลับส่งผลต่อสมอง ฮอร์โมน และภูมิคุ้มกันอย่างไร? พร้อมวิธีแก้ด้วยพฤติกรรม โภชนาการ และโพรไบโอติกตามงานวิจัย
18 เม.ย. 2026


