แชร์

ทำไม "แมวส้ม" ถึงดูแสบกว่าสีอื่น?

อัพเดทล่าสุด: 18 เม.ย. 2026
7629 ผู้เข้าชม

หลายคนสังเกตว่าแมวส้มมักดู แสบซน กว่าแมวสีอื่น จนกลายเป็นมีมในโลกออนไลน์ แต่ความจริงเบื้องหลังพฤติกรรมเหล่านี้มีคำอธิบายจาก งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

1. พันธุกรรมและลักษณะทางกายภาพ
แมวส้มส่วนใหญ่เป็น เพศผู้มากกว่าเพศเมีย ในอัตราส่วนประมาณ 4:1 เนื่องจากยีนส์ที่กำหนดสีส้มอยู่บนโครโมโซม X เพศเมียต้องมียีนนี้สองตัวถึงจะออกสีส้ม แต่เพศผู้แค่มีเพียงตัวเดียวก็เพียงพอแล้ว
โดยทั่วไปแมวเพศผู้มักมีนิสัยที่ กล้า เสี่ยง และซุกซนมากกว่าเพศเมีย ทำให้เจ้าของหลายคนรู้สึกว่าแมวส้มมีความกวนหรือดื้อกว่าสีอื่น

2. ฮอร์โมนกับพฤติกรรม
แมวส้มที่เป็นเพศผู้และยังไม่ทำหมัน จะมี ฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) สูง ส่งผลให้มีพฤติกรรมชอบท้าทาย ลุย ๆ และบางครั้งก็ดื้อไม่เชื่อฟัง
หากแมวถูกทำหมันแล้ว พฤติกรรมดื้อน้อยลง แต่ความซน ความขี้เล่นก็ยังคงมีอยู่

3. ประสบการณ์และการเลี้ยงดู
แมวแต่ละตัวมีนิสัยแตกต่างกันตามสภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดู แต่บ่อยครั้งที่แมวส้มถูกเลี้ยงแบบ ขี้เล่นเป็นเพื่อน เจ้าของจึงเปิดโอกาสให้มันวิ่งเล่นและแสดงความซนมากกว่าสีอื่น
เมื่อเจ้าของแชร์ประสบการณ์เหล่านี้ในโซเชียล เลยทำให้เกิดการเหมารวมว่า แมวส้มต้องซน

4. อิทธิพลจากมีมและวัฒนธรรมออนไลน์
โลกออนไลน์มีบทบาทอย่างมากในการสร้างภาพจำ เช่น การ์ตูน การ์ฟิลด์ แมวส้มสุดขี้เกียจแต่ก็แสบใช่เล่น หรือคลิปไวรัลแมวส้มที่ซนจนพังบ้าน
สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำให้คนเชื่อมโยงสีขนแมวกับนิสัยกวน ๆ ได้ง่ายขึ้น

จริง ๆ แล้ว ความแสบ ของแมวส้มไม่ได้เกิดจากสีขนโดยตรง แต่เป็นเพราะความน่าจะเป็นทางพันธุกรรมที่ทำให้เจ้าแมวส้มส่วนใหญ่เป็นเพศผู้ รวมกับอิทธิพลของฮอร์โมน และการเลี้ยงดู จนถูกมองว่าดื้อ ซน และกวนมากกว่าสีอื่น ๆ
ดังนั้นอย่าเพิ่งตัดสินว่าแมวส้มทุกตัวต้องแสบเสมอไปนะคะ เพราะท้ายที่สุดแล้ว นิสัยแมวแต่ละตัวขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู ความผูกพัน และบุคลิกเฉพาะของมันเอง


บทความที่เกี่ยวข้อง
สุราเมลัย กับเพื่อนคู่ใจที่ชื่อ “กับแกล้ม”
ช่วงเทศกาลหรืองานสังสรรค์ หลายคนมักมีแก้วในมือและจานกับแกล้มอยู่ตรงหน้า การดื่มแอลกอฮอล์กลายเป็นเรื่องปกติของการเข้าสังคม แต่สิ่งที่หลายคนมองข้าม คือผลกระทบต่อสุขภาพที่แฝงอยู่ทั้งในเครื่องดื่มและ “ของกินเล่น” ข้างแก้วเหล่านั้น
19 พ.ค. 2025
อากาศร้อนจัด เสี่ยง ฮีทสโตรก 
ในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาวะ ฮีทสโตรก หรือโรคลมแดด กลายเป็นภัยสุขภาพที่หลายคนอาจมองข้าม แต่ความจริงแล้วอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว
11 มิ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy