แชร์

ทำไม "แมวส้ม" ถึงดูแสบกว่าสีอื่น?

อัพเดทล่าสุด: 18 เม.ย. 2026
17015 ผู้เข้าชม

หลายคนสังเกตว่าแมวส้มมักดู แสบซน กว่าแมวสีอื่น จนกลายเป็นมีมในโลกออนไลน์ แต่ความจริงเบื้องหลังพฤติกรรมเหล่านี้มีคำอธิบายจาก งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

1. พันธุกรรมและลักษณะทางกายภาพ
แมวส้มส่วนใหญ่เป็น เพศผู้มากกว่าเพศเมีย ในอัตราส่วนประมาณ 4:1 เนื่องจากยีนส์ที่กำหนดสีส้มอยู่บนโครโมโซม X เพศเมียต้องมียีนนี้สองตัวถึงจะออกสีส้ม แต่เพศผู้แค่มีเพียงตัวเดียวก็เพียงพอแล้ว
โดยทั่วไปแมวเพศผู้มักมีนิสัยที่ กล้า เสี่ยง และซุกซนมากกว่าเพศเมีย ทำให้เจ้าของหลายคนรู้สึกว่าแมวส้มมีความกวนหรือดื้อกว่าสีอื่น

2. ฮอร์โมนกับพฤติกรรม
แมวส้มที่เป็นเพศผู้และยังไม่ทำหมัน จะมี ฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) สูง ส่งผลให้มีพฤติกรรมชอบท้าทาย ลุย ๆ และบางครั้งก็ดื้อไม่เชื่อฟัง
หากแมวถูกทำหมันแล้ว พฤติกรรมดื้อน้อยลง แต่ความซน ความขี้เล่นก็ยังคงมีอยู่

3. ประสบการณ์และการเลี้ยงดู
แมวแต่ละตัวมีนิสัยแตกต่างกันตามสภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดู แต่บ่อยครั้งที่แมวส้มถูกเลี้ยงแบบ ขี้เล่นเป็นเพื่อน เจ้าของจึงเปิดโอกาสให้มันวิ่งเล่นและแสดงความซนมากกว่าสีอื่น
เมื่อเจ้าของแชร์ประสบการณ์เหล่านี้ในโซเชียล เลยทำให้เกิดการเหมารวมว่า แมวส้มต้องซน

4. อิทธิพลจากมีมและวัฒนธรรมออนไลน์
โลกออนไลน์มีบทบาทอย่างมากในการสร้างภาพจำ เช่น การ์ตูน การ์ฟิลด์ แมวส้มสุดขี้เกียจแต่ก็แสบใช่เล่น หรือคลิปไวรัลแมวส้มที่ซนจนพังบ้าน
สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำให้คนเชื่อมโยงสีขนแมวกับนิสัยกวน ๆ ได้ง่ายขึ้น

จริง ๆ แล้ว ความแสบ ของแมวส้มไม่ได้เกิดจากสีขนโดยตรง แต่เป็นเพราะความน่าจะเป็นทางพันธุกรรมที่ทำให้เจ้าแมวส้มส่วนใหญ่เป็นเพศผู้ รวมกับอิทธิพลของฮอร์โมน และการเลี้ยงดู จนถูกมองว่าดื้อ ซน และกวนมากกว่าสีอื่น ๆ
ดังนั้นอย่าเพิ่งตัดสินว่าแมวส้มทุกตัวต้องแสบเสมอไปนะคะ เพราะท้ายที่สุดแล้ว นิสัยแมวแต่ละตัวขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู ความผูกพัน และบุคลิกเฉพาะของมันเอง


บทความที่เกี่ยวข้อง
โรคแอนแทรกซ์
แอนแทรกซ์: โรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่รุนแรงกว่าที่คิด
3 ก.ค. 2025
ประจำเดือนมาบ้าง ไม่มาบ้าง ปัญหาของผู้หญิงหลายคน
ในทุกๆ เดือน ผู้หญิงหลายคนต้องพบปัญหากับประจำเดือนมาไม่ตรงเวลา อาจจะช้าบ้าง เร็วบ้าง หรือบางคนหายไปหลายเดือน หรือนี้คือสัญญาณที่ร่างกายกำลังสื่อสารถึงการมาของโรคต่างในผู้หญิงหรือไม่
9 ธ.ค. 2024
การเสริม Probiotic ต่อการสนับสนุนจุลินทรีย์ตัวดีในร่างกายสัตว์
โพรไบโอติก คือ จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์นิยมนำมาใช้เสริมอาหารสัตว์ หรือผสมน้ำดื่มให้สัตว์ โดยมีวัตถุประสงค์การใช้เพื่อทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะในรูปแบบ AGP (Engberg et al., 2000). โดยยาปฏิชีวนะมีหน้าที่ควบคุมจุลินทรีย์ก่อโรคในร่างกายไม่ให้มีการเพิ่มจำนวนจนสัตว์เกิดอาการป่วย มีส่วนช่วยในการปรับสมดุลจุลินทรีย์ภายในทางเดินอาหารของสัตว์ โปรไบโอติกมีหลากหลายสายพันธุ์ และตัวที่นิยมใช้ในวงการปศุสัตว์อย่างแพร่หลาย เช่น Lactobaciilus spp. และ Bacillus spp. และในอุตสาหกรรมการผลิตไก่เนื้อโพรไบโอติกที่มักจะเห็นในหลายๆ ผลิตภัณฑ์ก็คือ Bacillus subtilis นั่นเอง บทความฉบับนี้ SAS ได้รวบรวมงานวิจัยที่มีประโยชน์ต่างๆ เพื่อนำเสนอข้อดีของการเสริม Bacillus subtilis ในแง่ของการเพิ่มจุลินทรีย์ตัวดี Lactobaciilus spp.ในทางเดินอาหารของไก่เนื้อ
19 ธ.ค. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy