แชร์

อากาศร้อนจัด เสี่ยง ฮีทสโตรก 

อัพเดทล่าสุด: 17 มิ.ย. 2025
1626 ผู้เข้าชม
อากาศร้อนจัด เสี่ยง ฮีทสโตรก 
ในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาวะ ฮีทสโตรก หรือโรคลมแดด กลายเป็นภัยสุขภาพที่หลายคนอาจมองข้าม แต่ความจริงแล้วอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว 
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคระบุว่า ระหว่างปี 25582564 มีผู้เสียชีวิตจากฮีทสโตรกถึง 234 ราย หรือเฉลี่ยประมาณ 34 รายต่อปี ขณะที่ผู้ป่วยมีจำนวนมากถึง 2,5003,000 รายต่อปี 
 
ประเภทของฮีทสโตรก 
  • Classic Heatstroke (CHS) พบในผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือผู้มีโรคประจำตัว ซึ่งร่างกายควบคุมอุณหภูมิได้น้อย 
  • Exertional Heatstroke (EHS) พบในผู้ที่ทำกิจกรรมกลางแดดหรือในสภาพแวดล้อมที่ร้อนจัด เช่น คนทำงานกลางแจ้ง 
สัญญาณอันตรายของฮีทสโตรก 
  • อุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 40°C 
  • ไม่มีเหงื่อออก 
  • หายใจหอบ หัวใจเต้นเร็ว 
  • วิงเวียน อ่อนเพลีย หน้ามืด 
  • ผิวแห้งและแดง 
  • คลื่นไส้ อาเจียน 
  • สับสน พูดไม่รู้เรื่อง ชัก หรือหมดสติ 
กลุ่มเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวัง 
  • เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และผู้สูงอายุ 
  • ผู้มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ 
  • คนที่นอนน้อย หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ 
  • ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือดื่มแอลกอฮอล์ 
  • ผู้ที่ต้องทำงานหรือเล่นกีฬาในกลางแจ้ง 
วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อพบผู้ป่วย 
  • พาผู้ป่วยออกจากที่ร้อนทันที 
  • ให้ผู้ป่วยนอนราบ ยกขาทั้งสองข้าง 
  • คลายเสื้อผ้าให้หลวม 
  • ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบที่รักแร้ ขาหนีบ หน้าผาก 
  • หากอาการไม่ดีขึ้น รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที 
แนวทางป้องกันฮีทสโตรก 
  • หลีกเลี่ยงการออกแดดหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่อากาศร้อนจัด 
  • สวมเสื้อผ้าระบายอากาศ สีอ่อน 
  • ดื่มน้ำบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และคาเฟอีน 
  • ดูแลเด็กและผู้สูงวัยอย่างใกล้ชิด 
  • พกอุปกรณ์ป้องกันแดด เช่น หมวก ร่ม และแว่นตา 
แม้ฮีทสโตรกจะดูเหมือนโรคใกล้ตัว แต่มันสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ หากร่างกายเผชิญอุณหภูมิสูงเกินไปโดยไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ดังนั้น การตระหนักรู้ และเตรียมตัวให้พร้อมคือวิธีที่ดีที่สุดในการลดความเสี่ยงและปกป้องสุขภาพของเราในหน้าร้อนนี้ 

บทความที่เกี่ยวข้อง
สมดุลจุลินทรีย์สร้างสุขภาพที่ดีของโค
โคเป็นสัตว์ใหญ่ที่มีระบบการย่อยอาหารที่ซับซ้อน เนื่องจากมีกระเพาะถึง 4 กระเพาะ ได้แก่ รูเมนหรือกระเพาะผ้าขี้ริ้ว (rumen), เรติคิวลัมหรือกระเพาะรังผึ้ง (reticulum), โอมาซัมหรือกระเพาะสามสิบกลีบ (omasum) และกระเพาะจริงหรืออะโบมาซัม (abomasum) แต่ละกระเพาะจะมีหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไป ในทุกกระเพาะจะมีจุลินทรีย์ประจำถิ่นที่ต่างกันอีกด้วย
19 มี.ค. 2025
โพรไบโอติกเกี่ยวอย่างไรกับโรคซึมเศร้า
ในปัจจุบันโรคทางจิตเวชอยู่ใกล้ตัวเรามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคซึมเศร้า จากข้อมูลของกรมสุขภาพจิตพบว่า ในเด็กอายุ 15 ปีขึ้นไป ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่า 1.5 ล้านคน ซึ่งโรคซึมเศร้าเป็นโรคที่เกิดจากสมองมีการทำงานผิดปติของของสารสื่อประสาท (neurotransmitter) ได้แก่ ซีโรโทนิน (serotonin) และนอร์เอพิเนฟริน (norepinephrine) ที่มีปริมาณลดต่ำลง ทำให้การส่งสัญญาณของเซลล์ประสาทเกิดความผิดปกติ และอาจมีปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น อารมณ์ ความรู้สึก ความคิดและมุมมองต่อสิ่งต่าง ๆ สามารถแบ่งโรคซึมเศร้าเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 2 กลุ่ม 1.โรคซึมเศร้าแบบขั้วเดียว คือ ผู้ป่วยมีอาการซึมเศร้าอย่างเดียว 2.โรคซึมเศร้าแบบสองขั้ว หรือที่เรียกว่าไบโพลาร์ ผู้ป่วยมีอาการอารมณ์ขึ้นลงมากกว่าคนทั่วไป
9 ธ.ค. 2024
นอนไม่หลับบ่อยๆ
ความจำพัง ความคิดไม่สด สมองล้าเร็วแบบ ยับเยิน กว่าที่คิด
9 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy