ความดันโลหิตสูง ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม
อัพเดทล่าสุด: 13 พ.ค. 2025
2545 ผู้เข้าชม

ความดันโลหิตสูง ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม
ในปี 2566 ที่ผ่านมา โรคความดันโลหิตสูงครองอันดับ 1 ในบรรดาโรคที่คนไทยใช้สิทธิบัตรทองเข้ารับการรักษามากที่สุด และจากการสำรวจพบว่า คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีความชุกของโรคนี้สูงถึง 25.4% โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามอายุ
แม้หลายคนจะใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่อันตรายของโรคนี้คือ แทบไม่มีอาการบ่งชี้ ในระยะเริ่มต้น จึงได้รับฉายาว่า ภัยเงียบ หรือ ฆาตกรเงียบ ที่ค่อย ๆ ทำลายสุขภาพอย่างช้า ๆ
ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง
- อายุ: ยิ่งมาก ความดันยิ่งสูง
- พันธุกรรม: มีประวัติคนในครอบครัว
- สูบบุหรี่: เพิ่มแรงดันเลือด ทำลายหลอดเลือด
- ดื่มแอลกอฮอล์: โดยเฉพาะการดื่มหนักเป็นประจำ
- กินเค็ม: โดยเฉพาะโซเดียมจากอาหารแปรรูปหรือปรุงรสจัด
ภาวะแทรกซ้อนจากความดันโลหิตสูง
- โรคหัวใจและหลอดเลือด
- เส้นเลือดในสมองแตก/ตีบ
- โรคไตวาย
- สมองเสื่อม
- ภาวะหัวใจล้มเหลว
แนวทางดูแลและป้องกัน
1.)การรักษาด้วยยา: ใช้เมื่อค่าความดันสูงต่อเนื่อง หรือเข้าสู่ระยะ 2/วิกฤต เช่น ยาขับปัสสาวะ, ACE inhibitors, ยาต้านแคลเซียม ฯลฯ
2.)การปรับพฤติกรรม:
- ลดเกลือ/โซเดียม
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- งดบุหรี่และแอลกอฮอล์
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- จัดการความเครียด
- ควบคุมน้ำหนัก
บทความที่เกี่ยวข้อง
เมื่อชีวิตที่เร่งรีบ การจะทานอาหารก็มีเวลาจำกัด ปัจจุบันคนส่วนใหญ่จึงหันมารับประทานอาหารจังก์ฟู้ด (Junk Food) กันเป็นจำนวนมาก เพื่อความสะดวกสบาย ทานง่าย แต่อาหารจังก์ฟู้ดมีส่วนประกอบที่เป็น ไขมัน น้ำตาลและโชเดียมที่สูงมาก เมื่อรับประทานบ่อยๆ เกิดการสะสมของไขมัน ทำให้เป็นความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่น โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง และ โรคไขมันในเลือดสูง
29 พ.ย. 2024
โรคโควิด-19 ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ยังคงเป็นภัยสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่เอื้อต่อการแพร่กระจายของเชื้อ ล่าสุดกรมควบคุมโรคเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี 2568 จนถึงวันที่ 8 พฤษภาคม มีผู้ป่วยสะสมแล้ว 41,197 ราย และเสียชีวิต 15 ราย ข้อมูลระบุว่า กลุ่มที่ติดเชื้อมากที่สุดคือเด็กอายุ 0–5 ปี และผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ
26 พ.ค. 2025
โคเป็นสัตว์ใหญ่ที่มีระบบการย่อยอาหารที่ซับซ้อน เนื่องจากมีกระเพาะถึง 4 กระเพาะ ได้แก่ รูเมนหรือกระเพาะผ้าขี้ริ้ว (rumen), เรติคิวลัมหรือกระเพาะรังผึ้ง (reticulum), โอมาซัมหรือกระเพาะสามสิบกลีบ (omasum) และกระเพาะจริงหรืออะโบมาซัม (abomasum) แต่ละกระเพาะจะมีหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไป ในทุกกระเพาะจะมีจุลินทรีย์ประจำถิ่นที่ต่างกันอีกด้วย
19 มี.ค. 2025


