แชร์

เป็นเก๊าต์... ทำไงดี?

อัพเดทล่าสุด: 7 พ.ค. 2025
2114 ผู้เข้าชม

เป็นเก๊าต์... ทำไงดี?  


เก๊าต์ เป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่งที่หลายคนคุ้นชื่อดี แต่รู้หรือไม่ว่า มันอาจเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย!  
โดยเฉพาะใครที่เคยรู้สึก ปวด บวม แดง แสบร้อนตรงข้อนิ้วเท้า เจ็บจนนอนไม่หลับตอนกลางคืน ระวังไว้เลย... อาจเป็น เก๊าต์ แบบไม่รู้ตัว 


เกิดจากอะไร?  


ปัจจัยหลักของโรคเก๊าต์ คือการสะสมของกรดยูริกในเลือด  
กรดยูริกเกิดจากการย่อยสาร พิวรีน  
ซึ่งพบได้มากในอาหารเหล่านี้:  

  • สัตว์ปีก, เครื่องใน, เนื้อแดง
  • ผักกินยอด เช่น กระถิน ชะอม
  • อาหารทะเล เช่น ปลาซาร์ดีน หอยแมลงภู่ หอยเซลล์
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์
  • น้ำหวานและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง 
โดยปกติร่างกายจะขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะ แต่ถ้าระบบขับถ่ายทำงานผิดปกติหรือขับออกได้น้อย  
จะเกิดการสะสมในร่างกายและสะสมที่ข้อ นำไปสู่อาการปวด บวม แสบ แดง  
เกณฑ์ค่ากรดยูริกมาตรฐานในเลือดคือ  
ผู้ชาย: ไม่ควรเกิน 8 mg/dL  
ผู้หญิง: ไม่ควรเกิน 6 mg/dL  
โรคนี้ยังสามารถถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้  
  
วิธีดูแลและรักษา  


การใช้ยา  
แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก:  
ยาลดการอักเสบและบรรเทาอาการ  
ยาควบคุมระดับกรดยูริก ป้องกันภาวะแทรกซ้อน  
การปรับพฤติกรรมและวิถีชีวิต  
ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยขับกรดยูริก  
หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และน้ำหวาน  
งดอาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ สัตว์ปีก ผักกินยอด เนื้อแดง และอาหารทะเล  
พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด  
  
ใส่ใจเรื่องอาหาร = ห่างไกลอาการเก๊าต์  
รักตัวเอง เริ่มต้นง่าย ๆ ที่การเลือกกินนะครับ


บทความที่เกี่ยวข้อง
สุราเมลัย กับเพื่อนคู่ใจที่ชื่อ “กับแกล้ม”
ช่วงเทศกาลหรืองานสังสรรค์ หลายคนมักมีแก้วในมือและจานกับแกล้มอยู่ตรงหน้า การดื่มแอลกอฮอล์กลายเป็นเรื่องปกติของการเข้าสังคม แต่สิ่งที่หลายคนมองข้าม คือผลกระทบต่อสุขภาพที่แฝงอยู่ทั้งในเครื่องดื่มและ “ของกินเล่น” ข้างแก้วเหล่านั้น
19 พ.ค. 2025
ไขมันสูง เสี่ยงอย่างไร
เมื่อชีวิตที่เร่งรีบ การจะทานอาหารก็มีเวลาจำกัด ปัจจุบันคนส่วนใหญ่จึงหันมารับประทานอาหารจังก์ฟู้ด (Junk Food) กันเป็นจำนวนมาก เพื่อความสะดวกสบาย ทานง่าย แต่อาหารจังก์ฟู้ดมีส่วนประกอบที่เป็น ไขมัน น้ำตาลและโชเดียมที่สูงมาก เมื่อรับประทานบ่อยๆ เกิดการสะสมของไขมัน ทำให้เป็นความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่น โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง และ โรคไขมันในเลือดสูง
29 พ.ย. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy