แชร์

รู้จักโรคทางดิน เข้าใจเพื่อป้องกันและจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ 

อัพเดทล่าสุด: 17 ม.ค. 2025
4149 ผู้เข้าชม
รู้จักโรคทางดิน เข้าใจเพื่อป้องกันและจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ 

โรคที่แพร่ระบาดในดิน หรือ Soil-borne disease เป็นหนึ่งในภัยเงียบที่สร้างความเสียหายให้กับผลผลิตทางการเกษตรอย่างมหาศาล โรคเหล่านี้มีสาเหตุมาจากเชื้อราและแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในดิน ซึ่งสามารถทำลายพืชตั้งแต่ระยะต้นกล้าจนถึงระยะเจริญเติบโตเต็มที่ 

โรคทางดินที่พบได้บ่อยและควรรู้จัก 
โรคเน่าคอดิน (Damping off) 
เกิดจากเชื้อราในดิน เช่น Pythium sp. และ Phytophthora sp. มักพบในต้นกล้าพืชผักและพืชไร่ เชื้อราทำลายระบบรากและโคนต้น ทำให้รากเน่า โคนต้นอ่อนแอ ใบซีดเหลือง และต้นตายในที่สุด แพร่กระจายได้รวดเร็วผ่านน้ำ 

โรครากเน่า (Root rot) 
เกิดจากเชื้อรา เช่น Fusarium spp., Diplodia spp. และ Phytophthora spp. มักเกิดในพื้นที่น้ำขัง สร้างความเสียหายต่อพืชทุกระยะ เช่น ใบทุเรียนเหลือง ร่วง โคนต้นเปลี่ยนสีน้ำตาล หรือใบอ้อยเหลืองแห้ง รากเน่ามีแผล 
 
โรครากบวม (Club root) 
เกิดจากเชื้อราเมือก Plasmodiophora brassicae พบในพืชตระกูลกะหล่ำ ทำให้รากบวม ใบเหลืองแคระแกร็น ต้นหยุดเจริญเติบโต เมื่อรุนแรงจะพบรากบวมเป็นก้อนคล้ายกระบอง 

โรคเหี่ยว (Wilt) 
เกิดจากแบคทีเรีย Ralstonia solanacearum ที่ทำลายรากพืช ทำให้เกิดแผล รากเน่า และต้นเหี่ยวเฉาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในฤดูฝนหรือน้ำมาก เชื้อสามารถแพร่ผ่านน้ำและเพิ่มความรุนแรงของโรคได้ 

 
 

บทความที่เกี่ยวข้อง
Candida ราตัวร้าย ทำลายความสุขของผู้หญิง
Candida albicans คือ เชื้อราที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อในช่องคลอด สามารถเจริญเติบโตได้ทั้งที่ผิวและในสารคัดหลั่งของร่างกาย เมื่อมีการเจริญขอเชื้อรา เชื้อราจะมีการเจริญเติบโตแทรกเข้าไปในเนื้อเยื่อและจะเปลี่ยนรูปร่างเป็นเส้นใยที่ไม่มีผนังกั้นเพื่อยึกเกาะกับชั้นผิวหนัง และตามมาด้วยโรคในช่องคลอด เช่น ตกขาว การอักเสบในช่องคลอด อาการคัน ช่องคลอดมีกลิ่น ช่องคลอดแห้ง
10 ก.ย. 2024
ความดันโลหิตสูง ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม
ในปี 2566 ที่ผ่านมา โรคความดันโลหิตสูงครองอันดับ 1 ในบรรดาโรคที่คนไทยใช้สิทธิบัตรทองเข้ารับการรักษามากที่สุด และจากการสำรวจพบว่า คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีความชุกของโรคนี้สูงถึง 25.4% โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามอายุ แม้หลายคนจะใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่อันตรายของโรคนี้คือ “แทบไม่มีอาการบ่งชี้” ในระยะเริ่มต้น จึงได้รับฉายาว่า “ภัยเงียบ” หรือ “ฆาตกรเงียบ” ที่ค่อย ๆ ทำลายสุขภาพอย่างช้า ๆ
13 พ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy