รู้จักโรคทางดิน เข้าใจเพื่อป้องกันและจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
อัพเดทล่าสุด: 17 ม.ค. 2025
4519 ผู้เข้าชม

รู้จักโรคทางดิน เข้าใจเพื่อป้องกันและจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
.
โรคที่แพร่ระบาดในดิน หรือ Soil-borne disease เป็นหนึ่งในภัยเงียบที่สร้างความเสียหายให้กับผลผลิตทางการเกษตรอย่างมหาศาล โรคเหล่านี้มีสาเหตุมาจากเชื้อราและแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในดิน ซึ่งสามารถทำลายพืชตั้งแต่ระยะต้นกล้าจนถึงระยะเจริญเติบโตเต็มที่
.
โรคทางดินที่พบได้บ่อยและควรรู้จัก
โรคเน่าคอดิน (Damping off)
เกิดจากเชื้อราในดิน เช่น Pythium sp. และ Phytophthora sp. มักพบในต้นกล้าพืชผักและพืชไร่ เชื้อราทำลายระบบรากและโคนต้น ทำให้รากเน่า โคนต้นอ่อนแอ ใบซีดเหลือง และต้นตายในที่สุด แพร่กระจายได้รวดเร็วผ่านน้ำ
โรครากเน่า (Root rot)
เกิดจากเชื้อรา เช่น Fusarium spp., Diplodia spp. และ Phytophthora spp. มักเกิดในพื้นที่น้ำขัง สร้างความเสียหายต่อพืชทุกระยะ เช่น ใบทุเรียนเหลือง ร่วง โคนต้นเปลี่ยนสีน้ำตาล หรือใบอ้อยเหลืองแห้ง รากเน่ามีแผล
โรครากบวม (Club root)
เกิดจากเชื้อราเมือก Plasmodiophora brassicae พบในพืชตระกูลกะหล่ำ ทำให้รากบวม ใบเหลืองแคระแกร็น ต้นหยุดเจริญเติบโต เมื่อรุนแรงจะพบรากบวมเป็นก้อนคล้ายกระบอง
โรคเหี่ยว (Wilt)
เกิดจากแบคทีเรีย Ralstonia solanacearum ที่ทำลายรากพืช ทำให้เกิดแผล รากเน่า และต้นเหี่ยวเฉาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในฤดูฝนหรือน้ำมาก เชื้อสามารถแพร่ผ่านน้ำและเพิ่มความรุนแรงของโรคได้
.
โรคที่แพร่ระบาดในดิน หรือ Soil-borne disease เป็นหนึ่งในภัยเงียบที่สร้างความเสียหายให้กับผลผลิตทางการเกษตรอย่างมหาศาล โรคเหล่านี้มีสาเหตุมาจากเชื้อราและแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในดิน ซึ่งสามารถทำลายพืชตั้งแต่ระยะต้นกล้าจนถึงระยะเจริญเติบโตเต็มที่
.
โรคทางดินที่พบได้บ่อยและควรรู้จัก
โรคเน่าคอดิน (Damping off)
เกิดจากเชื้อราในดิน เช่น Pythium sp. และ Phytophthora sp. มักพบในต้นกล้าพืชผักและพืชไร่ เชื้อราทำลายระบบรากและโคนต้น ทำให้รากเน่า โคนต้นอ่อนแอ ใบซีดเหลือง และต้นตายในที่สุด แพร่กระจายได้รวดเร็วผ่านน้ำ
โรครากเน่า (Root rot)
เกิดจากเชื้อรา เช่น Fusarium spp., Diplodia spp. และ Phytophthora spp. มักเกิดในพื้นที่น้ำขัง สร้างความเสียหายต่อพืชทุกระยะ เช่น ใบทุเรียนเหลือง ร่วง โคนต้นเปลี่ยนสีน้ำตาล หรือใบอ้อยเหลืองแห้ง รากเน่ามีแผล
โรครากบวม (Club root)
เกิดจากเชื้อราเมือก Plasmodiophora brassicae พบในพืชตระกูลกะหล่ำ ทำให้รากบวม ใบเหลืองแคระแกร็น ต้นหยุดเจริญเติบโต เมื่อรุนแรงจะพบรากบวมเป็นก้อนคล้ายกระบอง
โรคเหี่ยว (Wilt)
เกิดจากแบคทีเรีย Ralstonia solanacearum ที่ทำลายรากพืช ทำให้เกิดแผล รากเน่า และต้นเหี่ยวเฉาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในฤดูฝนหรือน้ำมาก เชื้อสามารถแพร่ผ่านน้ำและเพิ่มความรุนแรงของโรคได้
บทความที่เกี่ยวข้อง
โรคโควิด-19 ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ยังคงเป็นภัยสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่เอื้อต่อการแพร่กระจายของเชื้อ ล่าสุดกรมควบคุมโรคเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี 2568 จนถึงวันที่ 8 พฤษภาคม มีผู้ป่วยสะสมแล้ว 41,197 ราย และเสียชีวิต 15 ราย ข้อมูลระบุว่า กลุ่มที่ติดเชื้อมากที่สุดคือเด็กอายุ 0–5 ปี และผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ
26 พ.ค. 2025
เมื่อชีวิตที่เร่งรีบ การจะทานอาหารก็มีเวลาจำกัด ปัจจุบันคนส่วนใหญ่จึงหันมารับประทานอาหารจังก์ฟู้ด (Junk Food) กันเป็นจำนวนมาก เพื่อความสะดวกสบาย ทานง่าย แต่อาหารจังก์ฟู้ดมีส่วนประกอบที่เป็น ไขมัน น้ำตาลและโชเดียมที่สูงมาก เมื่อรับประทานบ่อยๆ เกิดการสะสมของไขมัน ทำให้เป็นความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่น โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง และ โรคไขมันในเลือดสูง
29 พ.ย. 2024
ช่องคลอดแห้ง (Vaginal Dryness)ภาวะช่องคลอดแห้ง คือ ภาวะที่ช่องคลอดเกิดการขาดความชุ่มชื้น ขาดเมือกหล่อลื่นจนภายในช่องคลอดแห้ง ซึ่งผู้หญิงส่วนใหญ่อาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่แท้จริงแล้วภาวะช่องคลอดแห้งเป็นต้นเหตุให้เกิดโรคอื่น ๆ ได้ เช่น การอักเสบในช่องคลอด กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ตกขาวเรื้อรัง
29 พ.ย. 2024


