รู้จักโรคทางดิน เข้าใจเพื่อป้องกันและจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
อัพเดทล่าสุด: 17 ม.ค. 2025
3135 ผู้เข้าชม

รู้จักโรคทางดิน เข้าใจเพื่อป้องกันและจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
.
โรคที่แพร่ระบาดในดิน หรือ Soil-borne disease เป็นหนึ่งในภัยเงียบที่สร้างความเสียหายให้กับผลผลิตทางการเกษตรอย่างมหาศาล โรคเหล่านี้มีสาเหตุมาจากเชื้อราและแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในดิน ซึ่งสามารถทำลายพืชตั้งแต่ระยะต้นกล้าจนถึงระยะเจริญเติบโตเต็มที่
.
โรคทางดินที่พบได้บ่อยและควรรู้จัก
โรคเน่าคอดิน (Damping off)
เกิดจากเชื้อราในดิน เช่น Pythium sp. และ Phytophthora sp. มักพบในต้นกล้าพืชผักและพืชไร่ เชื้อราทำลายระบบรากและโคนต้น ทำให้รากเน่า โคนต้นอ่อนแอ ใบซีดเหลือง และต้นตายในที่สุด แพร่กระจายได้รวดเร็วผ่านน้ำ
โรครากเน่า (Root rot)
เกิดจากเชื้อรา เช่น Fusarium spp., Diplodia spp. และ Phytophthora spp. มักเกิดในพื้นที่น้ำขัง สร้างความเสียหายต่อพืชทุกระยะ เช่น ใบทุเรียนเหลือง ร่วง โคนต้นเปลี่ยนสีน้ำตาล หรือใบอ้อยเหลืองแห้ง รากเน่ามีแผล
โรครากบวม (Club root)
เกิดจากเชื้อราเมือก Plasmodiophora brassicae พบในพืชตระกูลกะหล่ำ ทำให้รากบวม ใบเหลืองแคระแกร็น ต้นหยุดเจริญเติบโต เมื่อรุนแรงจะพบรากบวมเป็นก้อนคล้ายกระบอง
โรคเหี่ยว (Wilt)
เกิดจากแบคทีเรีย Ralstonia solanacearum ที่ทำลายรากพืช ทำให้เกิดแผล รากเน่า และต้นเหี่ยวเฉาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในฤดูฝนหรือน้ำมาก เชื้อสามารถแพร่ผ่านน้ำและเพิ่มความรุนแรงของโรคได้
.
โรคที่แพร่ระบาดในดิน หรือ Soil-borne disease เป็นหนึ่งในภัยเงียบที่สร้างความเสียหายให้กับผลผลิตทางการเกษตรอย่างมหาศาล โรคเหล่านี้มีสาเหตุมาจากเชื้อราและแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในดิน ซึ่งสามารถทำลายพืชตั้งแต่ระยะต้นกล้าจนถึงระยะเจริญเติบโตเต็มที่
.
โรคทางดินที่พบได้บ่อยและควรรู้จัก
โรคเน่าคอดิน (Damping off)
เกิดจากเชื้อราในดิน เช่น Pythium sp. และ Phytophthora sp. มักพบในต้นกล้าพืชผักและพืชไร่ เชื้อราทำลายระบบรากและโคนต้น ทำให้รากเน่า โคนต้นอ่อนแอ ใบซีดเหลือง และต้นตายในที่สุด แพร่กระจายได้รวดเร็วผ่านน้ำ
โรครากเน่า (Root rot)
เกิดจากเชื้อรา เช่น Fusarium spp., Diplodia spp. และ Phytophthora spp. มักเกิดในพื้นที่น้ำขัง สร้างความเสียหายต่อพืชทุกระยะ เช่น ใบทุเรียนเหลือง ร่วง โคนต้นเปลี่ยนสีน้ำตาล หรือใบอ้อยเหลืองแห้ง รากเน่ามีแผล
โรครากบวม (Club root)
เกิดจากเชื้อราเมือก Plasmodiophora brassicae พบในพืชตระกูลกะหล่ำ ทำให้รากบวม ใบเหลืองแคระแกร็น ต้นหยุดเจริญเติบโต เมื่อรุนแรงจะพบรากบวมเป็นก้อนคล้ายกระบอง
โรคเหี่ยว (Wilt)
เกิดจากแบคทีเรีย Ralstonia solanacearum ที่ทำลายรากพืช ทำให้เกิดแผล รากเน่า และต้นเหี่ยวเฉาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในฤดูฝนหรือน้ำมาก เชื้อสามารถแพร่ผ่านน้ำและเพิ่มความรุนแรงของโรคได้
บทความที่เกี่ยวข้อง
ในปี 2566 ที่ผ่านมา โรคความดันโลหิตสูงครองอันดับ 1 ในบรรดาโรคที่คนไทยใช้สิทธิบัตรทองเข้ารับการรักษามากที่สุด และจากการสำรวจพบว่า คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีความชุกของโรคนี้สูงถึง 25.4% โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามอายุ
แม้หลายคนจะใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่อันตรายของโรคนี้คือ “แทบไม่มีอาการบ่งชี้” ในระยะเริ่มต้น จึงได้รับฉายาว่า “ภัยเงียบ” หรือ “ฆาตกรเงียบ” ที่ค่อย ๆ ทำลายสุขภาพอย่างช้า ๆ
13 พ.ค. 2025
อาการท้องผูกอาการท้องผูก คือ ความผิดปกติของการขับถ่าย โดยปกติควรขับถ่าย 3 ครั้ง/สัปดาห์ อาการท้องผูกสามารถพบได้กับคนทุกวัย โดยเฉพาะวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ โดยพบถึงร้อยละ 20 30 ในผู้ป่วยในโรงพยาบาลอาการท้องผูกอาจไม่รุนแรงจนถึงชีวิต แต่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ก่อให้เกิดความทรมาน เพิ่มค่าใช้จ่ายในการรักษา นอกจากนี้ยังเพิ่มโอกาสภาวะหัวใจลมเหลวและเส้นเลือดในสมองแตก เนื่องจากความดันในช่องอกและช่องท้องสูงขึ้นรวดเร่งขณะเบ่ง
29 พ.ย. 2024


