แชร์

ตกขาว ปัญหาใหญ่ของผู้หญิง

อัพเดทล่าสุด: 29 พ.ย. 2024
1416 ผู้เข้าชม

ตกขาว

คือสารคัดหลั่งที่ขับมาจากช่องคลอด การตกขาวเป็นเรื่องปกติ โดยตกขาวจะมีลักษณะขาวหรือใส ที่ไม่เป็นอันตราย และของเหลวที่ประกอบด้วยเซลล์ที่ตายแล้วขับออกทางช่องคลอด เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่ เช่น การติดเชื้อ เนื้อร้าย และการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน มีผลทำให้ตกขาวมีลักษณะที่เปลี่ยนแปลงจากเดิมเช่น มีการเปลี่ยนแปลงของสี ความสม่ำเสมอ ปริมาตร กลิ่นและอาจเกี่ยวข้องกับอาการต่างๆ เช่น คัน ปวด ปัสสาวะลำบาก ปวดอุ้งเชิงกราน มีเลือดออกระหว่างรอบเดือนหรือหลังมีเพศสัมพันธ์แสดงถึงความผิดปกติของการตกขาวเกิดขึ้น

สาเหตุการเกิดตกขาว

สาเหตุของการตกขาวเกิดขึ้นได้หลายปัจจัย

o   การติดเชื้อจากแบคทีเรีย (bacterial vaginosis :BV) ซึ่งเป็นภาวะที่มีการเจริญเติบโตของแบคทีเรียก่อโรคหรือแบคทีเรียที่ไม่ดีมีการการเจริญเติบโตแทนที่แบคทีเรียประจำถิ่น เป็นผลให้เกิดการเสียสมดุลของแบคทีเรียในช่องคลอดและนำไปสู่ภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย เมื่อเกิดภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียอาจทำให้ตกขาวของมีกลิ่น คาว นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองในช่องคลอด

o  การติดเชื้อจากเชื้อรา มักเกิดจากเชื้อรากลุ่ม Canfida โดยเฉพาะ Candida albicans เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงค่า pH ช่องคลอดที่มีความเป็นด่างสูงขึ้น สามารถทำให้เชื้อรากลุ่มนี้เจริญเติบโตได้ดี ทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เกิดขึ้น เช่น อาการคัน ปวดช่องคลอด ปัสสาวะลำบากจากภายนอก

o  การติดเชื้อจากปรสิต เกิดจากการติดเชื้อโปรโตซัวที่มีชื่อว่า Trichomonas vaginalis ส่งผลให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น ช่องคลอดมีกลิ่นเหม็น คัน แสบ ในช่องคลอดและบริเวณรอบ ๆ เจ็บและแสบขณะมีเพศสัมพันธ์ รู้สึกระคายเคืองขณะปัสสาวะ

o  แพ้สารเคมี ก่อให้เกิดความระคายเคือง เนื่องจากช่องคลอดผู้หญิงเป็นจุดที่บอกบาง จึงตอบสนองต่อสารเคมีที่ไว เป็นผลให้เกิดความระคายเคืองได้ง่าย

o  การขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน

อาการ

o  อาการคันในช่องคลอด แสบร้อน หรือระคายเคือง

o  การเปลี่ยนแปลงลักษณะการตกขาวปกติ

o  กลิ่นเหม็นไม่พึ่งประสงค์

o  เจ็บ ปวด ขณะมีเพศสัมพันธ์

o  เจ็บปวดเมื่อปัสสาวะ

o  ปวดหรือเจ็บบริเวณช่องท้องส่วนล่าง

o  แผลพุพอง ตุ่ม หรือแผลบริเวณอวัยวะเพศ

การดูแลรักษา

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

            ทำความสะอาดอวัยวะเพศหลังทำกิจวัตรทุกครั้ง โดยทำความสะอาดจากข้างหน้าไปข้างหลัง ไม่ควรสวนล้างช่องคลอดโดยไม่จำเป็น เนื่องจากการสวนล้างจะทำให้จุลินทรีย์ประจำถิ่นในช่องคลอดมีปริมาณลดลง ส่งผลให้เพิ่มโอกาสให้เชื้อก่อโรคสามารถยึดเกาะและเกิดการติดเชื้อได้ หลีกเลียงการใช้ผ้าอนามัยแผ่นบางติดต่อกัน

การใช้ยา

            เมื่อมีอาการรุนแรงหรือแพทย์ได้มีการวินิจฉัยว่าจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยา ซึ่งกลุ่มยาที่แพทย์จ่ายมีหลายประเภท เช่น ใช้ยารับประทาน เช่น metronidazole, tinidazole, clindamycin ใช้ยาทาเฉพาะที่ เช่น clotrimazole cream และ ใช้ยาเหน็บช่องคลอด เช่น clotrimazole suppository  ซึ่งการรักษาด้วยยาจำเป็นต้องอยู่ในการดูแลโดยแพทย์

การรับประทานอาหารเสริม

            ปัจจุบันมีการศึกษาด้านจุลินทรีย์และการศึกษา microbiome ซึ่งเป็นการศึกษาจุลินทรีย์ที่อยู่ในร่างกายมนุษย์ ช่องคลอดปกติจะมีเชื้อแบคทีเรียดีอาศัยอยู่หนาแน่ราว ๆ 108-109 Colony ต่อ 1 มิลลิลิตรของสารน้ำในช่องคลอดโดยสายพันธุ์ที่พบมาสุด คือ Lactobacillus  acidophilus  สามารถสร้าง hydrogen peroxide โดยมีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญของแบคทีเรีย ซึ่งจะทำลายองค์ประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ของแบคทีเรีย เพื่อลดการติดเชื้อและการอักเสบ จากงานวิจัยพบว่า โพรไบโอติกบางสายพันธุ์จะมีคุณสมบัติเฉพาะในการลดการอักเสบ เมื่อมีการอักเสบร่างกายจะถูกกระตูนให้เกิดการหลั่งสารสื่ออักเสบ( proinflammatory cytokines) ต่าง ๆ ออกมา เช่น Tumor Necrosis Factor Alpha (TNF-α),  Interleukin-1 (IL-1), Interleukin-1(IL-6) โพรไบโอติกจะมีการยับยั้งหรือลดการหลังของสารสื่อการอักเสบ เป็นผลให้มีการอักเสบลดลง จากงานวิจัยพบว่า เมื่อให้โพรไบโอติกสายพันธุ์ Lactobacillus paracasei MSMC 39-1 หนูทดลองเป็นเวลา 4 เดือน พบว่าระดับของ TNF-α  และ IL-1

ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียกับหนูที่ไม่ได้รับโพรไบโอติก นอกจากนี้โพรไบโอติกจะช่วยย่อยสารอาหารและผลิตกรดไขมันสายสั้น (short chain fatty acids : SCFAs) ซึ่งมีบทบาททางสรีรวิทยาที่หลากหลายในการทำงานของร่างกายโดยมีผลต่อความอยากอาหารและสุขภาพหัวใจ เมตาบอลิซึม สุขภาพจิตและอารมณ์ เพื่อให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะปกติ เป็นผลทำให้จุลินทรีย์ในช่องคลอดสามารถกลับสูงสภาวะสมดุลได้ ดังนั้นโพรไบโอติกจึงมีบทบาทในการปรับสมดุลจุลินทรีย์ในช่องคลอง ลดการอักเสบและการติดเชื้อในช่องคลอด


บทความที่เกี่ยวข้อง
อากาศร้อนจัด เสี่ยง ฮีทสโตรก 
ในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาวะ ฮีทสโตรก หรือโรคลมแดด กลายเป็นภัยสุขภาพที่หลายคนอาจมองข้าม แต่ความจริงแล้วอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว
11 มิ.ย. 2025
งานวิจัยโพรไบโอติก ดีต่อชีวิตอย่างไรกับ โดยรองศาสตรจารย์ ดร.มาลัย ทวีโชติภัทร์ ที่ปรึกษาโครงการและพัฒนาผลิตภัณฑ์ bioCRAFT by SAS
งานวิจัยโพรไบโอติก ด้านจุลินทรีย์ ดีต่อชีวิตอย่างไร ? กว่า 2 ทศวรรษ มากกว่าครึ่งชีวิต ในทุกลมหายใจกับเรื่องราวของโพรไบโอติก โดยรองศาสตรจารย์ ดร.มาลัย ทวีโชติภัทร์ ที่ปรึกษาโครงการและพัฒนาผลิตภัณฑ์ bioCRAFT Human by SAS จะมาตอบคำถามให้ฟังไปพร้อม ๆ กัน
17 ธ.ค. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy