รู้จักโรคทางดิน เข้าใจเพื่อป้องกันและจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
อัพเดทล่าสุด: 17 ม.ค. 2025
3134 ผู้เข้าชม

รู้จักโรคทางดิน เข้าใจเพื่อป้องกันและจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
.
โรคที่แพร่ระบาดในดิน หรือ Soil-borne disease เป็นหนึ่งในภัยเงียบที่สร้างความเสียหายให้กับผลผลิตทางการเกษตรอย่างมหาศาล โรคเหล่านี้มีสาเหตุมาจากเชื้อราและแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในดิน ซึ่งสามารถทำลายพืชตั้งแต่ระยะต้นกล้าจนถึงระยะเจริญเติบโตเต็มที่
.
โรคทางดินที่พบได้บ่อยและควรรู้จัก
โรคเน่าคอดิน (Damping off)
เกิดจากเชื้อราในดิน เช่น Pythium sp. และ Phytophthora sp. มักพบในต้นกล้าพืชผักและพืชไร่ เชื้อราทำลายระบบรากและโคนต้น ทำให้รากเน่า โคนต้นอ่อนแอ ใบซีดเหลือง และต้นตายในที่สุด แพร่กระจายได้รวดเร็วผ่านน้ำ
โรครากเน่า (Root rot)
เกิดจากเชื้อรา เช่น Fusarium spp., Diplodia spp. และ Phytophthora spp. มักเกิดในพื้นที่น้ำขัง สร้างความเสียหายต่อพืชทุกระยะ เช่น ใบทุเรียนเหลือง ร่วง โคนต้นเปลี่ยนสีน้ำตาล หรือใบอ้อยเหลืองแห้ง รากเน่ามีแผล
โรครากบวม (Club root)
เกิดจากเชื้อราเมือก Plasmodiophora brassicae พบในพืชตระกูลกะหล่ำ ทำให้รากบวม ใบเหลืองแคระแกร็น ต้นหยุดเจริญเติบโต เมื่อรุนแรงจะพบรากบวมเป็นก้อนคล้ายกระบอง
โรคเหี่ยว (Wilt)
เกิดจากแบคทีเรีย Ralstonia solanacearum ที่ทำลายรากพืช ทำให้เกิดแผล รากเน่า และต้นเหี่ยวเฉาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในฤดูฝนหรือน้ำมาก เชื้อสามารถแพร่ผ่านน้ำและเพิ่มความรุนแรงของโรคได้
.
โรคที่แพร่ระบาดในดิน หรือ Soil-borne disease เป็นหนึ่งในภัยเงียบที่สร้างความเสียหายให้กับผลผลิตทางการเกษตรอย่างมหาศาล โรคเหล่านี้มีสาเหตุมาจากเชื้อราและแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในดิน ซึ่งสามารถทำลายพืชตั้งแต่ระยะต้นกล้าจนถึงระยะเจริญเติบโตเต็มที่
.
โรคทางดินที่พบได้บ่อยและควรรู้จัก
โรคเน่าคอดิน (Damping off)
เกิดจากเชื้อราในดิน เช่น Pythium sp. และ Phytophthora sp. มักพบในต้นกล้าพืชผักและพืชไร่ เชื้อราทำลายระบบรากและโคนต้น ทำให้รากเน่า โคนต้นอ่อนแอ ใบซีดเหลือง และต้นตายในที่สุด แพร่กระจายได้รวดเร็วผ่านน้ำ
โรครากเน่า (Root rot)
เกิดจากเชื้อรา เช่น Fusarium spp., Diplodia spp. และ Phytophthora spp. มักเกิดในพื้นที่น้ำขัง สร้างความเสียหายต่อพืชทุกระยะ เช่น ใบทุเรียนเหลือง ร่วง โคนต้นเปลี่ยนสีน้ำตาล หรือใบอ้อยเหลืองแห้ง รากเน่ามีแผล
โรครากบวม (Club root)
เกิดจากเชื้อราเมือก Plasmodiophora brassicae พบในพืชตระกูลกะหล่ำ ทำให้รากบวม ใบเหลืองแคระแกร็น ต้นหยุดเจริญเติบโต เมื่อรุนแรงจะพบรากบวมเป็นก้อนคล้ายกระบอง
โรคเหี่ยว (Wilt)
เกิดจากแบคทีเรีย Ralstonia solanacearum ที่ทำลายรากพืช ทำให้เกิดแผล รากเน่า และต้นเหี่ยวเฉาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในฤดูฝนหรือน้ำมาก เชื้อสามารถแพร่ผ่านน้ำและเพิ่มความรุนแรงของโรคได้
บทความที่เกี่ยวข้อง
องค์การสหประชาชาติเฉลิมฉลองวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาท สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร เป็นวันดินโลก ( World Soil Day ) เพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์เป็นที่ทราบกันดีว่าพระองค์ทรงมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการส่งเสริมคุณภาพของทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญยิ่งต่อการทำเกษตรกรรม ทั้งนี้การจัดการดินจึงเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญลำดับแรก ๆ ของพระองค์
19 มี.ค. 2025
บนโลกนี้มีสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์นับหมื่นนับแสน โดยเฉพาะจุลินทรีย์ที่มีจำนวนมากมายมหาศาล แต่ปัจจุบันเราสามารถศึกษาได้เพียง 1% ของจุลินทรีย์ทั้งหมดบนโลก ดังนั้นคำถามสำคัญคือ “เราจะทำอะไรกับจุลินทรีย์ที่เรามีอยู่ในมือได้บ้าง?” เพื่อหาคำตอบนี้ จึงได้เกิดแนวคิด ธนาคารจุลินทรีย์ (Microbe Bank) ขึ้นมา
ธนาคารจุลินทรีย์เปรียบเสมือนคลังเก็บข้อมูล และตัวอย่างจุลินทรีย์ที่รวบรวมไว้เพื่อการอนุรักษ์ วิจัย และพัฒนา นอกจากนี้ยังช่วยสนับสนุนการใช้จุลินทรีย์ในด้านต่าง ๆ เช่น การแพทย์ เกษตรกรรม และสิ่งแวดล้อม โดยในประเทศไทยมี ธนาคารจุลินทรีย์แห่งชาติ (NBT - National Biobank of Thailand) ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อเก็บรักษาจุลินทรีย์ให้คงอยู่ในระยะยาวและสนับสนุนการวิจัยเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจจุลินทรีย์
การจัดการธนาคารจุลินทรีย์จำเป็นต้องทำอย่างถูกต้องตามมาตรฐานสากล เช่น ได้รับการรับรอง ISO9001 ซึ่งเน้นคุณภาพของตัวอย่างจุลินทรีย์ และ ISO20387 ที่เป็นมาตรฐานการจัดการทรัพยากรชีวภาพ
6 ก.พ. 2025
โรคภูมิแพ้เป็นโรคที่พบบ่อยมากโรคหนึ่งในคนไทย คือ โรคที่เกี่ยวเนื่องกับระบบภูมิคุ้มกันที่มีการตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมเมื่อเข้าสู่ร่างกาย โดยการแพ้ของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน
18 ส.ค. 2024


