แชร์

การเพิ่มประสิทธิภาพการหมักย่อยในกระเพาะรูเมน 

อัพเดทล่าสุด: 19 มี.ค. 2025
3206 ผู้เข้าชม

การเพิ่มประสิทธิภาพการหมักย่อยในกระเพาะรูเมน 

สัตว์เคี้ยวเอื้องหรือสัตว์กระเพาะรวม เป็นสัตว์ที่มีโครงสร้างระบบการย่อยอาหารแตกต่างจากสัตว์กระเพาะเดี่ยว คือมีลักษณะของระบบการย่อยอาหารที่ค่อนข้างยาวกว่าสัตว์กระเพาะเดี่ยวประมาณ 40 เมตร โดยเป็นมีสัดส่วนของกระเพาะมากที่สุด ของทำให้ระยะเวลาในการย่อยและการดูดซึมสารอาหารนานยิ่งขึ้น กระเพาะอาหารของสัตว์เคี้ยวเอื้องแบ่งได้เป็น 4 ส่วนโดยมีชื่อและลักษณะเฉพาะ ดังนี้ 

1.กระเพาะผ้าขี้ริ้วหรือรูเมน (rumen) เป็นกระเพาะอาหารที่มีจุลินทรีย์ พวกแบคทีเรียและโพรโทซัวอาศัยอยู่จำนวนมาก โดยจุลินทรีย์เหล่านี้จะทำหน้าที่สร้างนํ้าย่อยเซลลูเลส จากพืชที่กินเข้าไปและสามารถสำรอกอาหารออกมาเคี้ยวเอื้องเป็นครั้งคราว เพื่อบดเส้นใยให้ละเอียด ดังนั้นเราจึงเรียกสัตว์ที่มีกระเพาะจำพวกนี้ว่า สัตว์เคี้ยวเอื้อง 

2.กระเพาะรังผึ้งหรือเรติคิวลัม (reticulum) ทำหน้าที่ย่อยน้ำนม เมื่อสัตว์เคี้ยวเอื้องยังเล็กอยู่ และมีจุลินทรีย์เช่นเดียวกับกระเพาะอาหารส่วนรูเมน 

3.กระเพาะสามสิบกลีบหรือโอมาซัม (omasum) ทำหน้าที่ผสมและอาหาร นอกจากนี้ยังดูดซึมและซับนํ้าจากรูเมนอีกด้วย 

4.กระเพาะจริงหรืออะโบมาซัม (abomasum) มีการย่อยอาหารจากนํ้าย่อยของสัตว์เองและจากจุลินทรีย์ไปพร้อมๆกัน จากนั้นอาหารจากการที่ได้รับการย่อยแล้วจะถูกส่งต่อไปยังลำไส้เล็กเพื่อย่อยให้สมบูรณ์ 
เมื่ออาหารผ่านเข้าสู่ลำไส้เล็กตอนต้น จะมีการย่อยโปรตีน ไขมันและแป้งจากนํ้าย่อยจากตับอ่อนและนํ้าดีจากตับ จากนั้นก็ดูดซึมเข้าสู่ระบบหมุนเวียนต่อไป 
จากที่กล่าวมาทำให้ทราบว่า สัตว์เคี้ยวเอื้องมีลักษณะที่แตกต่างจากสัตว์กระเพาะเดี่ยวค่อนข้างมาก โดยปกติแล้วสัตว์เคี้ยวเอื้องไม่มีการหลั่งเอนไซม์อะไมเลสออกมากับน้ำลาย แต่จะมีจุลินทรีย์จำพวก แบคทีเรีย โปรโตซัว และเชื้อรา ในกระเพาะรูเมนที่สามารถหลั่งเอนไซม์ออกมาย่อยแป้ง น้ำตาล เยื่อใย โปรตีน ไขมัน และสารอาหารอื่นๆ จุลินทรีย์เหล่านี้เมื่อทำการย่อยแล้ว จะผลิตกรดไขมันระเหยง่าย (Volatile Fatty Acids: VFAs) และดูดซึมโดยเนื้อเยื่อของกระเพาะรูเมน เพื่อนำไปใช้เป็นแหล่งพลังงานหลักของสัตว์เคี้ยวเอื้อง 

การเพิ่มประสิทธิภาพการหมักย่อยให้กับกระเพาะรูเมนของโคนมหรือโคเนื้อ สามารถทำได้โดยการเพิ่มและรักษาระดับกรดไขมันระเหยง่าย (Volatile Fatty Acids: VFAs) กรดไขมันระเหยง่ายที่เกิดจากการย่อยอาหารของจุลินทรีย์นั้น ได้แก่ กรดอะซิติค (Acetic acid) และกรดโพรพิโอนิค (Propionic acid) โดยกรดอะเซทติกส่วนใหญ่ใช้ผลิตเป็นไขมันในน้ำนม กรดโพรพิโอนิคถูกนำไปสร้างกลูโคสและไขมันในร่างกาย กรดไขมันเหล่านี้สัตว์จะได้รับจากอาหารหยาบและอาหารข้น ดังนั้นการให้อาหารหยาบและอาหารข้นต้องคำนึงถึงสัดส่วนที่เหมาะสมเพราะจะมีผลต่อการเจริญเติบโตของสัตว์ และผลผลิตน้ำนมที่เกษตรกรจะได้รับต่อวัน 
 
ตารางแสดงสัดส่วนการให้อาหารหยาบและอาหารข้นต่อสัดส่วนกรดไขมันระเหยง่าย (%) 

ที่มา: Ishler et al., 1996  

การเพิ่มระดับโปรตีนไหลผ่านหรือระดับบายพาสโปรตีน (Pypass protein) ให้กับสัตว์เคี้ยวเอื้องก็มีส่วนช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการหมักย่อยในกระเพาะรูเมน เพราะโดยปกติโปรตีนที่สามารถผ่านไปถึงกระเพาะแท้จะ

ประกอบด้วย 

โปรตีนที่ได้จากจุลินทรีย์เกิดจากการที่จุลินทรีย์สร้างกรดอะมิโนซึ่งมีปริมาณและสัดส่วนกรดอะมิโนที่จำเป็น เช่น ไลซีนและเมทไธโอนีน ใกล้เคียงกับสัดส่วนกรดอะมิโนที่ได้รับจากโปรตีนจากสัตว์  โปรตีนที่ไม่ถูกจุลินทรีย์ในกระเพาะรูเมนย่อยสลายหรือโปรตีนไหลผ่าน 
 
การให้อาหารสัตว์เคี้ยวเอื้องจึงควรมีการทำให้โปรตีนคุณภาพดีในอาหารมีการสลายตัวในกระเพาะรูเมนน้อยที่สุด ดังนั้นจึงมีการทำให้โปรตีนมีการไหลผ่านเพิ่มขึ้นด้วยการผ่านกรรมวิธีง่ายๆ เช่น การนำวัตถุดิบกลุ่มโปรตีนมาผ่านความร้อน ซึ่งเป็นกรรมวิธีที่โรงงานอาหารสัตว์ที่ผลิตอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้องใช้กันในปัจจุบัน 
 
ตารางแสดงสัดส่วนที่ไม่ถูกย่อยสลายในกระเพารูเมนของโปรตีนบางชนิดของวัตถุดิบที่ยังไม่ผ่านความร้อนเทียบกับที่ผ่านความร้อนด้วยวิธีต่างๆ 

 ที่มา: บุญล้อม, 2541 
 
การเพิ่มให้มีโปรตีนไหลผ่านไปถูกย่อยที่กระเพาะแท้และลำไส้เล็กมากขึ้นจะทำให้กรดอะมิโน ซึ่งจะถูกดูดซึมไปใช้ประโยชน์ต่อสัตว์โดยตรง ซึ่งในสัตว์เคี้ยวเอื้องที่ให้ผลผลิตสูง เช่น แม่โคแรกคลอดนอกจากจะได้รับจากจุลินทรีย์แล้วจำเป็นต้องได้รับโปรตีนไหลผ่านเพิ่มมากขึ้นด้วย 
จากที่กล่าวมาการเพิ่มประสิทธิภาพการหมักย่อยในกระเพาะรูเมนสามารถทำได้โดย การเพิ่มและรักษาระดับกรดไขมันระเหยง่าย และการเพิ่มระดับโปรตีนไหลผ่านหรือระดับบายพาสโปรตีน โดยเกษตรกรผู้เลี้ยงสามารถปฏิบัติได้โดยการจัดการการให้อาหารสัตว์อย่างถูกวิธีและเหมาะสมตามช่วงอายุหรือตามช่วงการให้ผลผลิตของสัตว์ 

เอกสารอ้างอิง: บุญล้อม  ชีวะอิสระกุล.  2541.  โภชนศาสตร์สัตว์ เล่ม 1.  ธนบรรณการพิมพ์, เชียงใหม่.   
          บุญล้อม  ชีวะอิสระกุล.  2546.  ชีวเคมีทางสัตวศาสตร์.  ธนบรรณการพิมพ์, เชียงใหม่.   
           1996 Ishler, V., A. J. Heinrichs, and G. Varga. 1996. From feed to milk: Understanding rumen function. Pennsylvania State University Extension Circular 422, University Park, PA. 

การเพิ่มประสิทธิภาพการหมักย่อยในกระเพาะรูเมน 

สัตว์เคี้ยวเอื้องหรือสัตว์กระเพาะรวมมีระบบทางเดินอาหารที่ยาวกว่าสัตว์กระเพาะเดี่ยวและมักมีหลายกระเพาะ ทำให้ะยะเวลาในการย่อยและการดูดซึมสารอาหารนานยิ่งขึ้นกระเพาะอาหารของสัตว์เคี้ยวเอื้องแบ่งได้เป็น 4 ส่วน 
กระเพาะผ้าขี้ริ้วหรือรูเมน (rumen) เป็นกระเพาะอาหารที่มีจุลินทรีย์ พวกแบคทีเรียและโพรโทซัวอาศัยอยู่จำนวนมาก  
กระเพาะรังผึ้งหรือเรติคิวลัม (reticulum) ทำหน้าที่ย่อยน้ำนม เมื่อสัตว์เคี้ยวเอื้องยังเล็กอยู่ และมีจุลินทรีย์เช่นเดียวกับกระเพาะอาหารส่วนรูเมน 
กระเพาะสามสิบกลีบหรือโอมาซัม (omasum) ทำหน้าที่ผสมและอาหาร นอกจากนี้ยังดูดซึมและซับนํ้าจากรูเมนอีกด้วย 
กระเพาะจริงหรืออะโบมาซัม (abomasum) มีการย่อยอาหารจากนํ้าย่อยของสัตว์เองและจากจุลินทรีย์ไปพร้อมๆกัน จากนั้นอาหารจากการที่ได้รับการย่อยแล้วจะถูกส่งต่อไปยังลำไส้เล็กเพื่อย่อยให้สมบูรณ์ 
การเพิ่มประสิทธิภาพการหมักย่อยให้กับกระเพาะรูเมน 
เพิ่มและรักษาระดับกรดไขมันระเหยง่าย เพื่อนำไปสร้างกลูโคสและไขมันร่างกาย 
การเพิ่มระดับโปรตีนไหลผ่านหรือระดับบายพาสโปรตีน (Pypass protein) ให้กับสัตว์เคี้ยวเอื้องก็มีส่วนช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการหมักย่อยในกระเพาะรูเมน  
การเพิ่มให้มีโปรตีนไหลผ่านไปถูกย่อยที่กระเพาะแท้และลำไส้เล็กมากขึ้นจะทำให้กรดอะมิโน ซึ่งจะถูกดูดซึมไปใช้ประโยชน์ต่อสัตว์โดยตรง 


บทความที่เกี่ยวข้อง
ผู้เปิดโลกจุลินทรีย์ในเมืองไทย เพื่อสุขภาพดีของคนไทย โดย ดร.วิเชียร ยงมานิต
ดร.วิเชียร ยงมานิตชัย ผู้เปิดโลกจุลินทรีย์ในเมืองไทย เพื่อสุขภาพดีของคนไทย หากกล่าวถึงผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพจุลินทรีย์ในประเทศไทยนี้ นักวิชาการระดับนานาชาติ ที่ต้องนึกถึงคือ ดร.วิเชียร ยงมานิตชัย กรรมการ และผู้จัดการฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จํากัด หรือ SAS อาจารย์วิเชียรเป็นนักศึกษานอกกรอบมาตั้งแต่วัยเด็ก ความรู้ความเชี่ยวชาญด้านจุลินทรีย์ของอาจารย์จึงมีความ ลุ่มลึก มีเสน่ห์ มีมิติของชีวิตอย่างรอบด้าน
17 ธ.ค. 2024
ไขมันสูง เสี่ยงอย่างไร
เมื่อชีวิตที่เร่งรีบ การจะทานอาหารก็มีเวลาจำกัด ปัจจุบันคนส่วนใหญ่จึงหันมารับประทานอาหารจังก์ฟู้ด (Junk Food) กันเป็นจำนวนมาก เพื่อความสะดวกสบาย ทานง่าย แต่อาหารจังก์ฟู้ดมีส่วนประกอบที่เป็น ไขมัน น้ำตาลและโชเดียมที่สูงมาก เมื่อรับประทานบ่อยๆ เกิดการสะสมของไขมัน ทำให้เป็นความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่น โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง และ โรคไขมันในเลือดสูง
29 พ.ย. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy